ข่าวสาร e-Market
กรมบัญชีกลางเสริมทัพการให้บริการระบบ e-Catalog PDF Print E-mail
Written by manager   
Monday, 30 March 2015 08:21

กรมบัญชีกลางประสานผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยผู้ค้าภาครัฐในการจัดทำข้อมูลสินค้าลงในระบบ e-Catalog

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้เปิดให้ใช้งานวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ e-Market กับหน่วยงานนำร่องไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ค้าภาครัฐให้ความสนใจและนำสินค้ามาลงในระบบข้อมูลสินค้า (e-Catalog) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของสินค้า บริการ หรืองานจ้างของผู้ค้าภาครัฐที่ได้ลงทะเบียนไว้ในระบบ e-GP และให้หน่วยงานผู้จัดหามีความสะดวกในการสืบค้นสินค้าหรือบริการได้ตามต้อง การ

นายมนัส แจ่มเวหา กล่าวต่อว่า ได้รับข้อมูลจากผู้ค้าภาครัฐ และบุคลากรของกรมว่า มีผู้ค้าภาครัฐให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ รวมถึงมีความประสงค์จะนำสินค้ามาลงในระบบ e-Catalog เป็นจำนวนมาก ซึ่งการให้บริการของกรมอาจไม่สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของทุกคนภาย ในระยะเวลาจำกัด  ทั้งนี้กรมบัญชีกลาง
ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ให้ บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยดำเนินการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องในระบบ e-Catalog ให้กับผู้ค้าภาครัฐ

 

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ค้ารายใด ขาดความพร้อมหรือไม่สะดวกที่จะดำเนินการบันทึกข้อมูลรายละเอียดสินค้า คำแนะนำ ภาพประกอบ ในระบบ e-Catalog ด้วยตนเอง ก็สามารถติดต่อขอรับบริการหรือขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลในระบบฯ กับผู้ให้บริการตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 8 แห่ง ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการให้บริการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ทั้งนี้ ผู้ค้าที่มีปัญหาในการปฏิบัติสามารถติดต่อกรมบัญชีกลางได้โดยตรงหรือสามารถ ดูวิธีการปฏิบัติงานได้ที่เว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ในหัวข้อ ดาวน์โหลดแนะนำ/แนวทางการปฏิบัติงาน e-GP ระยะที่ 3

 


 

ติดต่อขอรับบริการหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูล e-Catalog ติดต่อ บริษัท บีส ไดเมนชั่น จำกัด โทรศัพท์ 0-2298-0345-54 หรืออีเมล์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

Last Updated on Thursday, 02 April 2015 10:39
 
ลุยใช้งานระบบ e-market และ ระบบ e-bidding เพิ่มประสิทธิภาพการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ PDF Print E-mail
Written by manager   
Monday, 30 March 2015 08:06

กรมบัญชีกลางจะเริ่มให้หน่วยงานนำร่องใช้งานระบบ e-bidding 16 มีนาคม 2558 พร้อมขยายผลการใช้งาน ให้ส่วนราชการและผู้ค้าภาครัฐในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด ตั้งแต่ 1 เมษายน 2558 ตั้งเป้ากันยายนครอบคลุมทั่วประเทศ

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการฝึกอบรม/ชี้แจงเชิงสาธิตระบบการปฏิบัติงานในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 3 สำหรับผู้ค้าภาครัฐในส่วนกลาง วันนี้ (10 มี.ค.) ว่า กรมบัญชีกลางได้เริ่มใช้งานวิธีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ e-Market และ e-Bidding กับหน่วยงานนำร่อง ได้แก่ ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง 9 หน่วยงาน และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอีก 3 แห่ง (โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันทรวงอก) ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะเริ่มใช้งานระบบ e-bidding กับหน่วยงานนำร่องข้างต้น ในวันที่ 16 มีนาคม 2558 นี้ สำหรับส่วนราชการและผู้ค้าภาครัฐในพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด จะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 และจะทยอยใช้งานให้ครอบคลุมกับส่วนราชการทั่วประเทศภายในเดือนกันยายน 2558

อธิบดีกรมบัญชีกลางกล่าวต่อว่า ตั้งแต่เริ่มเปิดระบบ e-Market มีผู้ค้าภาครัฐให้ความสนใจนำสินค้ามาลงใน แค็ตตาล็อกขายสินค้านำร่องแล้วประมาณ 60 บริษัท ซึ่งผู้ค้าภาครัฐที่สนใจจะเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างกับภาครัฐ สามารถลงทะเบียนเป็นผู้ค้าภาครัฐได้ที่เว็บไซต์  www.gprocurement.go.th และหากสนใจเสนอราคาขายสินค้าในระบบ e-Market ผู้ค้าภาครัฐต้องนำข้อมูลสินค้ามาบันทึกในระบบ e-Catalog ก่อน ทั้งนี้ ผู้ค้าที่สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือการปฏิบัติงานได้ที่เว็บไซต์ข้างต้น ในหัวข้อ ดาวน์โหลดแนะนำ/แนวทางการปฏิบัติงาน e-GP ระยะที่ 3

“กรมบัญชีกลางปฏิรูประบบการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร เพื่อให้ภาครัฐได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลดการรั่วไหลจากการทุจริต ความไร้ประสิทธิภาพ และลดการใช้ทรัพยากรที่ไม่คุ้มค่า อีกทั้งช่วยส่งเสริมให้เกิดความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดินอีกด้วย” นายมนัสกล่าว

Last Updated on Monday, 30 March 2015 08:07
 
คลัง นำระบบ e-Market ใช้ประกวดราคา PDF Print E-mail
Written by manager   
Tuesday, 27 January 2015 07:34

กรมบัญชีกลาง  พร้อมเดินหน้านำระบบ  อี มาร์เก็ต  มาใช้ในระบบจัดซื้อจัดจ้าง โดยให้เอกชนนำสินค้า  มาแสดงบนเวบไซต์ของกรมฯ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปรียบเทียบราคาอย่างเปิดเผย ป้องกันการฮั้วราคา


นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า  หลังจาก คณะรัฐมนตรี  เห็นชอบแนวทางปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ด้วยการนำ ระบบ  อี-มาร์เก็ต  มาใช้แทนระบบเดิม   เอกชนที่ผลิตหรือขายสินค้าประเภทต่างๆ นำราคาสินค้าเสนอขายสินค้า  แสดงบนเว็บไซท์ของกรมบัญชีกลางได้ เช่น สินค้าคุรุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือ ดิน สอ โต๊ะ หรือตู้เอกสาร  เพื่อให้หน่วยงานราชการเข้ามาดูและเปรียบเทียบราคา  เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิง ไม่ให้ราคาสินค้าเกิดความแตกต่างกันมากเกินไป

สำหรับการลงทุนที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ในการจัดจ้างบริการด้านต่างๆแก่หน่วยงาน การสร้างงานศิลปะ  ให้นำระบบ อี - บิดดิ้ง เพื่อให้หน่วยงานราชการเสนอความต้องการในสินค้าและบริการ ให้บริษัทเอกชนเข้ามารับจ้างผลิตสินค้า และใช้เป็นฐานข้อมูลในอนาคต ทดแทนระบบ  อี-อ็อคชั่น ลดปัญหาการฮั่วราคา

ขณะที่ระบบเดิมจะทำการประมูล อี-อ็อคชั่น ผ่านตลาดตัวกลางจากบุคคลภายนอก ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เตรียมเสนอรัฐบาลให้ใช้ประมูลในลักษณะเดียวกันด้วย เพราะเป็นหน่วยงานภาครัฐเหมือนกัน

สำหรับการเริ่มนำระบบ  อี-มาร์เก็ต และระบบ อี-บิดดิ้่ง ให้เริ่มใช้ทดลองนำร่องกับส่วนราชการ 12 แห่ง   ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558  เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการคลัง 9 แห่ง เช่น  สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง   , สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ,  กรมธนารักษ์  และ กรมศุลกากร

รวมถึงโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลราชวิถี และสถาบันโรคทรวงอก โดยเริ่มใช้กับสินค้านำร่อง ซึ่งเป็นวัสดุสำนักงาน 5 ประเภท ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร และผงหมึก และยารักษาโรค 2 ชนิด ได้แก่ ยารักษาโรคอัลไซเมอร์ และยารักษาโรคเบาหวาน

Last Updated on Wednesday, 28 January 2015 07:35
 
กรมบัญชีกลางเร่งยกร่างพ.ร.บ.จัดซื้อฯ PDF Print E-mail
Written by manager   
Tuesday, 27 January 2015 07:32

กรมบัญชีกลางเร่งยกร่างพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเป็นมาตรฐานกลางให้หน่วยงานของรัฐนำไปปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน

นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง โดยมีคณะกรรมร่วมจากหลายหน่วยงาน เช่น มีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงบประมาณ ร่วมยกร่างกฎหมาย เพื่อเห็นชอบร่วมกันตั้งแต่ยกร่างกฎหมายและให้เกิดความรวดเร็วไม่ต้องมาทักท้วงกันภายหลัง เนื่องจากปัจจุบันการการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ในการเปิดประมูลด้วยระบบอีอ็อคชั่น ผ่านระบบอีเล็กทรอนิกส์ บังคับใช้เฉพาะส่วนราชการ

ทั้งนี้ เมื่อบังคับการประมูลด้วยพ.ร.บ. ให้มีกฎหมายที่เป็นมาตรฐานกลาง เพื่อให้ทุกส่วนนำไปปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน โดยเน้นกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)เพราะการกระจายอำนาจช่วงที่ผ่านมาได้เปิดให้ อปท.จัดซื้อจัดจ้างอิสระ จึงเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นจำนวนมาก เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เข้ามาดูแล จึงออกประกาศให้การประมูลงาน จัดซื้อจัดจ้างกลับมาให้กรมบัญชีกลางช่วยดูแลจากส่วนกลางเหมือนเดิม แต่อาจต้องยกเว้นให้กับบางหน่วยงาน เพื่อให้ปรับปรุงระเบียบสอดคล้องกับการแข่งขันทางธุรกิจ สำหรับรัฐวิสาหกิจบางแห่ง เช่น ปตท.สผ.หากนำข้อบังคับราชการใช้ทั้งหมด จะแข่งขันไม่ทันกับคู่แข่งต่างชาติ ดังนั้นจึงต้องมีข้อยกเว้น หรือนำข้อบังคับไปปรับใช้ในบางหน่วยงาน ตามสภาพงานหรือองค์กร

นายมนัส กล่าวว่า เมื่อ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และมีผลบังคับใช้อาจจะต้องยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีมีทั้งสอบราคา ตกลงราคา ประกวดราคาด้วยระบบอี-อ็อคชั่น และดำเนินการอีกหลายวิธีแตกต่างกันตามหน่วยงาน เมื่อ พ.ร.บ.ใหม่บังคับใช้ เพื่อนำมาดูแลประมูลด้วยวิธีการจัดหาพัสดุด้วยวิธีระบบตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic market : e-Market) และด้วยวิธีระบบการยื่นข้อเสนอประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bidding : e- Bidding) ซึ่งทั้งสองระบบดังกล่าวจะเน้นให้หน่วยงานภาครัฐสามารถจัดหาพัสดุให้สอดคล้องกับรูปแบบ ประเภทสินค้า เงินงบประมาณที่ได้รับ และระยะเวลาที่จัดหา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ในราคาที่เหมาะสมและทันเวลาที่ต้องการใช้งาน เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการให้มีความเป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น ระบบ e-Market จะให้สินค้าทุกประเภท ที่ใช้สำหรับสำนักงานนำมาเสนอราคาบนเว็บไซต์ของกรมบัญชีกลาง เพื่อเปรียบเทียบราคาจากผู้ค้าต่าง ๆ ตั้งแต่ยางลบ ดินสอ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงาน นับพันนับหมื่นรายการ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่หรือการจัดซื้อมีความซับซ้อนจะใช้ระบบ e- Bidding ได้เริ่มนำร่อง 9 หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมธนารักษ์ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลเลิดสิน โรงพยาบาลวชิระ และสถาบันโรคทรวงอก ด้วยการนำสินค้าวัสดุสำนักงาน 5 ประเภท ได้แก่ กระดาษถ่ายเอกสาร ผงหมึก ตลับหมึก แฟ้มเอกสาร เทปกาว ซองเอกสาร และยารักษาโรค 2 ชนิด ได้แก่ ยารักษาโรคอัลไซเมอร์ และยารักษาโรคเบาหวาน โดยให้ทดลองใช้ระบบตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป จากนั้นจะขยายไปยังหน่วยงานอื่น หลังได้ทำการตรวจรับงานวางระบบเว็บไซในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

Last Updated on Wednesday, 28 January 2015 07:34
 
« StartPrev12NextEnd »

Page 1 of 2